การเลี้ยงปลาแบบหลายชนิดหรือแบบรวม (Polyculture) คือการเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกันในบ่อเดียวหรือหลายชนิดเดียวแต่มีขนาดแต่มีขนาดแต่ต่างกัน แบ่งเป็น 2-3 กลุ่ม จุดประสงค์ของการเลี้ยงปลาแบบนี้ก็คือ ต้องการปรับปรุงผลผลิตให้สูงขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนลดต้นทุนในการผลิต การเลี้ยงปลาหลายชนิดในบ่อเดียว ได้แก่ การคัดเลือกปลาที่กินอาหารแตกต่างกัน และไม่เป็นอันตรายซึ่งกันและกัน เช่น ปลากินพืช (เฉา ตะเพียน) ปลากินแพลงก์ตอนพืช (ลิ่น) กินแพลงก์ตอนสัตว์ (ซ่ง) ปลากินซากพืช (ปลายี่สกเทศ นวลจันทร์เทศ) กินตัวอ่อนของแมลงตามก้นบ่อ (ไน) และปลากินไม่เลือก (นิล สวาย) นอกจากนี้ ยังอาจพิจารณาในด้านแหล่งที่อยู่อาศัยในด้านนิเวศวิทยาด้วย เช่น ปลาเฉาเป็นปลาที่อาศัยหากินบริเวณผิวน้้า ปลาลิ่นจากระดับน้้าที่ลึกถัดลงมา ปลาซ่งระดับลึกถัดจากปลาลิ่น ปลายี่สกเทศ นวลจันทร์เทศ กินซากพืชตามก้นบ่อ ปลาไนกินตัวอ่อนของแมลงในน้้าตามก้นบ่อ เป็นต้น ดังนั้น การเลี้ยงปลาแบบรวมจึงอาจกระท้าใด้หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้
 

 
  (1 ) การเลี้ยงปลาจีน (เฉา ลิ่น ซ่ง ไน ) ปล่อยปลา 4 ตารางเมตรต่อ 1 ตัว มีอัตราส่วน 7 : 2 : 2 : 1 ในกรณีที่มีหญ้าสดมากและถ้ามีหญ้าน้อยใช้อัตราส่วน 2 : 1 : 1 : 1 การเลี้ยงปลาแบบร่วมนี้เป็นแบบดั้งเดิมของชาวจีนซึ่งให้หญ้าเป็นอาหารและใส่ปุ๋ยเป็นหลัก ผลผลิตของการเลี้ยงปลาจีนด้วยวิธีนี้จะได้ผลผลิตไม่สูง นอกจากจะให้อาหารผสมจ้าพวกแป้ง เช่น มันส้าปะหลังหรือปลายข้าวต้มสุกคลุกร้า ปลาป่น หรือเศษอาหารเหลือจากโรงงาน เช่น กากถั่วเหลืองจากโรงงานท้าเต้าหู้ แต่ก็จะต้องระมัดระวังเปลี่ยนและถ่ายเทน้้าในบ่อ
  ( 2 ) การเลี้ยงรวมโดยพิจารณาชนิดปลาที่ตลาดต้องการ และปรับปรุงผลผลิตให้สูงขั้นด้วยวิธีการเลี้ยงแบบพัฒนาโดยให้อาหารสมทบ ได้แก่ การเลี้ยงปลานิล สวาย และตะเพียนขาวเป็นหลัก แล้วปล่อยปลาเฉา ลิ่น ซ่ง ไน ยี่สกเทศ นวลจันทร์เทศ เลี้ยงรวมด้วยเพื่อใช้ประโยชน์จากอาหารเหลือที่อยู่ในบ่อ
ผลผลิตของปลาที่เลี้ยงด้วยวิธีนี้ จะได้มากถึง ๒,๐๐๐ กก./ไร่/ปี และไม่มีปัญหา ในด้านการตลาด เพราะปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลาที่ประชาชนนิยมบริโภค
  ( 3 ) การเลี้ยงปลาไม่กินเนื้อที่มีลูกดก เช่น ปลานิล แล้วใช้ปลาช่อนหรือปลาบู่ซึ่งเป็น ปลากินเนื้อคอยกินลูกปลาที่มีมากเกินความต้องการ การเลี้ยงปลาด้วยวิธีนี้เป็นการปรับปรุงคุณภาพของ ปลา คือ ถ้าเลี้ยงปลานิลอย่างเดียว ปลานิจจะเพิ่มทวีจ้านวนมากขึ้นและมีความหนาแน่นสูง ปลาไม่โตหรือแคระแกรน จึงจ้าเป็นต้องปล่อยปลาช่อนหรือปลาบู่ขนาดเล็กลงเลี้ยงร่วมด้วย ภายหลังที่ปล่อย ปลานิลลงเลี้ยงประมาณ 2 เดือน เพื่อควบคุมประชากรของปลานิลที่เลี้ยงให้อยู่ในลักษณะสมดุล ผลผลิตของปลาที่เลี้ยงด้วยวิธีนี้จะได้สูง ปลานิลโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการและนอกจากนี้ยังได้ปลาช่อนหรือปลาบู่เป็นผลพลอยได้ที่มีราคาสูงอีกจ้านวนหนึ่งด้วย
  ( 4 ) การเลี้ยงปลาไม่กินเนื้อ เช่น ปลาสวาย ตะเพียนขาว จีน ยี่สกเทศ นวลจันทร์ทะเล ซึ่งปลาเหล่านี้จะไม่บริโภคสัตว์น้้าขนาดเล็กที่มีอยู่ในบ่อ เช่น กุ้งฝอย ปลาซิว ปลาขนาดเล็กอื่น ๆ ที่ไม่ได้เลี้ยง แต่ติดเข้ามาจากการชักน้้าหรือสูบน้้าเข้าบ่อ ดังนั้น จึงควรปล่อยปลาช่อนหรือปลาบู่ขนาดเล็กเพื่อกินหรือก้าจัดสัตว์น้้าดังกล่าวซึ่งจะท้าให้ผลผลิตของปลาที่เลี้ยงเพิ่มขึ้น    
​  ( 5 ) การเลี้ยงปลาชนิดเดียวกันแต่มีกลุ่มอายุหรือขนาดต่างกัน (mixed culture) เช่น การเลี้ยงปลานิลซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน 3-4 กลุ่มในบ่อเดียว ปลาเหล่านี้แต่ละกลุ่มจะกินอาหารที่มีขนาดและชนิดแตกต่างกันไปบ้างตามสมควร ซึ่งลดภาวะแก่งแย่งอาหารที่มี และผลผลิตของปลาจะเพิ่มมากขึ้นถ้าได้ใช้ข่ายดักเลือกจับปลาที่มีขนาดใหญ่ออกทุกสัปดาห์เป็นประจ้า ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าปลาใหญ่กินอาหารมากและอัตราการแลกเนื้อไม่ดีเท่าปลาขนาดเล็ก และเมื่อจับปลาที่มีขนาดใหญ่ออกลดความหนาแน่นลง กลุ่มปลาขนาดเล็กก็ได้โอกาสโตขึ้นมาแทนที่ได้

*ขอบคุณข้อมูลจากกรมประมง